เรตินอล ห้ามใช้คู่กับอะไร

ผมเป็นผู้จำหน่ายอิสระของ Nu Skin — ในหน้านี้ผมจะบอกด้วยว่าตรงไหนที่ของผมไม่ใช่คำตอบของคุณ อ่านเพิ่มในหน้าเกี่ยวกับผม →

ที่ต้องเลี่ยงจริงมีตัวเดียวคือ เบนโซอิลเปอร์ออกไซด์ เพราะมันออกซิไดซ์เรตินอลจนเสื่อมฤทธิ์ ส่วนวิตามินซีกับ AHA/BHA ใช้ได้ แค่แยกเวลา — ซีตอนเช้า เรตินอลตอนคืน และเว้นกรดผลไม้เป็นคนละคืน ช่วง 4 สัปดาห์แรก ใช้เรตินอลอย่างเดียวก่อน

เรตินอล ห้ามใช้คู่กับอะไร คืออะไร

เรตินอลคือวิตามินเอรูปหนึ่งที่ทาผิว ตัวมันเองยังไม่ออกฤทธิ์ — ผิวต้องเปลี่ยนมันเป็นเรตินัลดีไฮด์ แล้วเป็นกรดเรติโนอิกก่อน ถึงจะไปสั่งให้เซลล์ผิวผลัดเร็วขึ้นและสร้างคอลลาเจนมากขึ้น

จุดที่ทำให้มัน “ตีกับของอื่น” มี 2 อย่าง: มันไม่เสถียร — โดนแสง โดนอากาศ โดนสารออกซิไดซ์ก็เสื่อมได้ และมันทำให้ผิวบางลงชั่วคราวในช่วงปรับตัว — ของอื่นที่ระคายเคืองอยู่แล้วเลยดูแรงขึ้นกว่าปกติ

ความเชื่อ “ห้ามใช้คู่กับ…” ส่วนใหญ่มาจากข้อที่สอง ไม่ใช่ข้อแรก ซึ่งแปลว่าส่วนใหญ่แก้ได้ด้วยการแยกเวลา ไม่ต้องเลิกใช้

อะไรใช้คู่ได้ อะไรใช้ไม่ได้

จากเอกสารกำกับผลิตภัณฑ์และสิ่งที่ผมเห็นจากลูกค้าที่ใช้เรตินอลตั้งแต่ปี 2543 — คำว่า “ได้” หมายถึงได้เมื่อแยกเวลาตามคอลัมน์ที่สาม
ใช้คู่กับได้ไหมถ้าจะใช้ ทำยังไงความเชื่อมาจากไหน
เบนโซอิลเปอร์ออกไซด์ (ยาแต้มสิว)ไม่ได้คนละวันไปเลย ไม่ใช่แค่คนละเวลาถูกต้อง — ออกซิไดซ์เรตินอลจริง
วิตามินซี (L-ascorbic acid)ได้ซีตอนเช้า เรตินอลตอนคืนมาจากยุคที่สูตรวิตามินซียังไม่เสถียร
AHA / BHA (กรดผลไม้ · ซาลิไซลิก)ได้สลับคืน อย่าซ้อนคืนเดียวกันกลัวระคายเคืองสะสม ไม่ใช่กลัวเสื่อมฤทธิ์
ไนอาซินาไมด์ได้ทาซ้อนได้เลย ช่วยลดแสบด้วยไม่มีที่มา เป็นความเชื่อลอย
กันแดดได้บังคับ ไม่ใช่ทางเลือก
ยากินไอโซเตรทติโนอินไม่ควรรอจบคอร์สยาก่อนไม่ใช่เพราะอันตราย แต่จะแยกไม่ออกว่าหน้าลอกจากตัวไหน

% บนขวดแปลว่าอะไรจริง ๆ

คนส่วนใหญ่เห็น “เรตินอล 0.3%” กับ “เทรทิโนอิน 0.05%” แล้วคิดว่าเรตินอลแรงกว่า 6 เท่า ความจริงกลับกัน เพราะเรตินอลต้องถูกเปลี่ยนรูปในผิว 2 ขั้นก่อน และแต่ละขั้นเสียไปเยอะ

เรตินอลบนขวด0.30 %
เปลี่ยนเป็นเรตินัลดีไฮด์ → กรดเรติโนอิก (เสียระหว่างทาง)÷ 10 – 20
ฤทธิ์ที่ได้จริง เทียบเท่าเทรทิโนอิน≈ 0.015 – 0.03 %
เทรทิโนอินที่หมอสั่งจ่าย ขนานอ่อนที่สุด0.025 %
เรตินอล 0.3% ที่ซื้อเองได้ ≈ เทรทิโนอินขนานอ่อนที่สุด — ไม่ได้แรงกว่า และไม่ควรคาดหวังผลเท่ายา แต่ก็แปลว่าปลอดภัยกว่าที่คนกลัว
ยังไม่มีรูป · photo-retinol-trio.jpgขวดเรตินอล วิตามินซี และ AHA/BHA วางเรียงกันบนโต๊ะ ให้เห็น % บนฉลาก
สามตัวที่คนถามว่าใช้คู่กันได้ไหมมากที่สุด — คำตอบคือได้ทั้งสาม ถ้าแยกเวลา

ใครไม่ต้องซื้อเรตินอล

สัปดาห์ที่ 1–12 จะเกิดอะไรขึ้น

นี่คือส่วนที่ไม่มีเว็บไหนเขียน และเป็นเหตุผลที่คนส่วนใหญ่เลิกก่อนเห็นผล

ช่วงเวลาจากที่ผมเห็นในลูกค้า ไม่ใช่ค่าเฉลี่ยจากงานวิจัย — คนผิวแห้งจะช้ากว่านี้ราว 1–2 สัปดาห์ทุกช่วง คนที่เคยใช้กรดผลไม้มาก่อนจะเร็วกว่า
ช่วงคุณจะรู้สึกอะไรอันนี้ปกติอันนี้ให้หยุดคนเลิกตรงนี้เพราะ
วันที่ 3–5 ตึง แห้ง แสบตอนทา ปกติหายใน 10 นาที หยุดแสบจนต้องล้างออก คิดว่าแพ้
วันที่ 5–10 ลอกที่ร่องข้างจมูก คาง รอบปาก ปกติลอกเป็นขุยบาง ไม่ใช่แผ่น หยุดลอกที่แก้มก่อน หรือคันบวมร่วมด้วย ตกใจว่าหน้าพัง
วันที่ 10–21 สิวขึ้นเป็นระลอกในจุดที่เคยอุดตัน ปกติขึ้นจุดเดิม เป็นสิวอุดตันเล็ก และพีคแล้วลดภายในสัปดาห์ 3 หยุดขึ้นจุดใหม่ เป็นตุ่มลึกเจ็บ หรือยังไต่ขึ้นหลังสัปดาห์ 3 เลิกมากที่สุดตรงนี้
สัปดาห์ 4–6 ผิวเริ่มนิ่ง ลอกน้อยลง ปกติเริ่มเพิ่มความถี่เป็นทุกคืนได้ เบื่อเพราะยังไม่เห็นผล
สัปดาห์ 8–12 รูขุมขนเล็กลง ผิวเรียบขึ้น ปกติริ้วรอยตื้นเริ่มจางลง

ถ้าหน้าพังไปแล้ว ทำยังไง

ทุกเว็บเขียนให้คนที่กำลังจะเริ่ม ไม่มีใครเขียนให้คนที่ทาไปแล้ว หน้าแสบแดงลอก และกำลังยืนอยู่หน้ากระจกตอนห้าทุ่ม นี่คือลำดับที่ผมบอกลูกค้า

คืนนี้ — ล้างหน้าด้วยน้ำเปล่าหรือคลีนเซอร์อ่อนที่สุดที่มี ห้ามสครับ ห้ามโทนเนอร์ ทามอยส์เจอไรเซอร์ธรรมดาที่ไม่มีกรด ไม่มีน้ำหอม หนา ๆ แล้วนอน

วันที่ 1–3 — เหลือแค่ 3 อย่าง: คลีนเซอร์ · มอยส์เจอไรเซอร์ · กันแดด ห้ามใส่อย่างอื่นเลย รวมถึงวิตามินซี ถ้าแสบมากให้ทามอยส์เจอไรเซอร์ก่อนแล้วค่อยทาเรตินอลทับ (วิธี “แซนด์วิช”) หรือหยุดเรตินอลไปเลยจนกว่าจะหายแสบ

วันที่ 4–14 — ผิวจะกลับมาเป็นปกติ ยังไม่ต้องกลับไปใช้เรตินอล รอให้ไม่มีอาการเลย 3 วันติดกันก่อน

กลับมาเริ่มใหม่ — ทา 2 คืนต่อสัปดาห์ ปริมาณเท่าเมล็ดถั่วเขียว ทั้งหน้า และทามอยส์เจอไรเซอร์ก่อน 4 สัปดาห์แรก ค่อยเพิ่มเป็น 3 คืน แล้ว 4 คืน

เมื่อไหร่ที่ไม่ใช่การปรับตัว และควรไปหาหมอ — คันมาก บวม มีตุ่มน้ำ ผื่นลามไปที่ไม่ได้ทา หรือแสบแดงเกิน 5 วันทั้งที่หยุดทุกอย่างแล้ว อันนั้นคือแพ้ ไม่ใช่ retinization

ทำไมหน้า 1 ของ Google ตอบไม่ตรงกัน

ผมเปิดอ่านทุกหน้าที่ติดอันดับคำนี้ แล้วพบว่าคำตอบขัดกันเอง — และมันขัดกันตามของที่แต่ละเจ้าขาย

ผมไม่ได้ขายสักตัวในตารางนี้ จึงไม่มีเหตุผลต้องเข้าข้างใคร — และของที่ผมขายก็ไม่ใช่คำตอบสำหรับทุกคนในหน้านี้
ใครพูดเขาขายอะไรเขาบอกว่าความจริงคือ
คลินิกความงามแห่งหนึ่งหัตถการในคลินิกห้ามใช้กับวิตามินซีแยกเวลาเช้า/คืนก็จบ — และถ้าคุณกลัวจนเลิกทั้งคู่ คลินิกได้ประโยชน์
แบรนด์ระดับโลกที่ขายทั้งเรตินอลและเซรั่มวิตามินซีทั้งสองตัวเป็นความเชื่อผิด ผสมในฝ่ามือได้เลยผสมได้จริง แต่ผสมแล้วเจือจางทั้งคู่ — แยกเวลาดีกว่า
แบรนด์เวชสำอางแห่งหนึ่งไม่ได้ขายยาแต้มสิวเบนโซอิลฯAHA ใช้ได้ ห้ามแค่เบนโซอิลเปอร์ออกไซด์ถูก — แต่สังเกตว่าสิ่งเดียวที่ห้าม คือสิ่งเดียวที่ไม่ได้ขาย

อ่านฉลากยังไง — เรตินอลจริง หรือแค่ชื่อคล้าย

บนขวดจะเขียนว่า “Retinol” ตัวใหญ่ แต่ตัวที่ออกฤทธิ์จริงอยู่ในรายการส่วนผสม (INCI) ตัวเล็ก ๆ ด้านหลัง ให้มองหา 3 อย่าง

1. ชื่อที่ต้องเจอRetinol ตรง ๆ คือตัวจริง ถ้าเจอ Retinyl Palmitate หรือ Retinyl Acetate นั่นคือรูปแบบเอสเทอร์ที่อ่อนกว่าเรตินอลอีกขั้น (ต้องเปลี่ยนรูป 3 ขั้น) มักถูกขายในชื่อ “Pro-Retinol”

2. ตำแหน่งในรายการ — INCI เรียงจากมากไปน้อย ถ้า Retinol อยู่ท้าย ๆ ถัดจากน้ำหอม แปลว่ามีน้อยมาก

3. ตัวที่น่าสนใจกว่าHydroxypinacolone Retinoate (HPR) เป็นเอสเทอร์ของกรดเรติโนอิกที่จับตัวรับได้เลยโดยไม่ต้องเปลี่ยนรูป จึงแรงกว่าเรตินอลแต่ระคายเคืองน้อยกว่า ขวดที่มีทั้ง Retinol และ HPR คือสูตรที่ออกแบบมาให้เริ่มง่าย

ขวดในรูปด้านล่างมีทั้งสองตัว — Retinol อยู่กลางรายการ HPR อยู่ถัดมา — และเขียนว่า “apply each night after cleansing” ซึ่งถูกแล้ว แต่ไม่ได้บอกว่า 4 สัปดาห์แรกอย่าทาทุกคืน ตรงนั้นคุณต้องรู้เอง

ด้านหลังขวดเรตินอล แสดงรายการส่วนผสม INCI ที่มี Retinol และ Hydroxypinacolone Retinoate
ขวดที่ผมใช้เอง — ถ่ายให้เห็น INCI จริง สังเกต Retinol และ Hydroxypinacolone Retinoate อยู่ใกล้กัน

คำถามที่พบบ่อย

เรตินอลกับวิตามินซี ใช้ด้วยกันได้ไหม

ได้ — แยกเป็นวิตามินซีตอนเช้า (ใต้กันแดด) และเรตินอลตอนคืน ถ้าอยากใช้คืนเดียวกัน ทาวิตามินซีก่อน รอ 20–30 นาที แล้วค่อยเรตินอล แต่ 4 สัปดาห์แรกแนะนำเรตินอลตัวเดียวก่อน

ใช้เรตินอลแล้วหน้าลอก ควรหยุดไหม

ถ้าลอกที่ร่องข้างจมูก คาง รอบปาก เป็นขุยบาง และหายใน 7–10 วัน — ปกติ ทาต่อได้แต่ลดความถี่ ถ้าลอกที่แก้ม ลอกเป็นแผ่น หรือคันบวม — หยุด แล้วทำตามหัวข้อ “ถ้าหน้าพังไปแล้ว”

เรตินอลใช้ตอนเช้าได้ไหม

ไม่ควร เรตินอลเสื่อมเมื่อโดนแสง และทำให้ผิวไวแดดขึ้น ใช้ตอนคืนเท่านั้น และทากันแดด SPF 30 ขึ้นไป ทุกเช้าตลอดช่วงที่ใช้

เป็นสิวอยู่ ใช้เรตินอลได้ไหม

ได้ และเรตินอลช่วยเรื่องสิวอุดตันโดยตรง แต่ห้ามใช้คืนเดียวกับยาแต้มสิวเบนโซอิลเปอร์ออกไซด์ — ใช้คนละวัน หรือเบนโซอิลฯ เช้า เรตินอลคืน และเตรียมใจกับสิวระลอกวันที่ 10–21

เรตินอล กับ เรตินอยด์ ต่างกันยังไง

เรตินอยด์คือชื่อกลุ่ม เรตินอลคือสมาชิกหนึ่งในกลุ่มที่ซื้อเองได้ เทรทิโนอินคือสมาชิกที่ต้องให้หมอสั่ง แรงกว่าเรตินอลราว 10–20 เท่า ที่ % เท่ากัน

เรตินอล ยี่ห้อไหนดี

ผมไม่ตอบชื่อยี่ห้อในหน้านี้ เพราะผมขายอยู่ยี่ห้อหนึ่งและจะไม่เป็นกลาง แต่บอกได้ว่าให้ดู 3 อย่าง — มี Retinol ใน INCI จริงไม่ใช่ Retinyl Palmitate · ความเข้มข้น 0.2–0.3% สำหรับคนเริ่ม · และบรรจุภัณฑ์ทึบแสงแบบปั๊ม ไม่ใช่กระปุกเปิดฝา

ใช้เรตินอลนานแค่ไหนถึงเห็นผล

ผิวเรียบขึ้น รูขุมขนดูเล็กลง สัปดาห์ 8–12 ริ้วรอยตื้นจางลง เดือน 3–6 ถ้าเลิกก่อนสัปดาห์ 8 คุณจะไม่เห็นอะไรเลยนอกจากช่วงลอก

ไม่แน่ใจว่าตัวเองต้องใช้ไหม ทักไลน์มาถามได้ครับ

พิมพ์คำว่า คู่เรตินอล มา เดี๋ยวผมตอบให้

เปิด LINE แล้วพิมพ์ 「คู่เรตินอล」

ผมไม่ขายในแชท ถ้าคำตอบคือไม่ต้องซื้ออะไร ผมจะบอกตรง ๆ เหมือนที่เขียนในหน้านี้

อ้างอิง

  1. ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ชื่อวัตถุที่ห้ามใช้เป็นส่วนผสมในการผลิตเครื่องสำอาง — สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา
  2. เอกสารกำกับผลิตภัณฑ์ (INCI) ของเรตินอลที่ใช้ถ่ายภาพในหน้านี้
  3. American Academy of Dermatology — Retinoid or retinol? (aad.org)
  4. ประสบการณ์ตรงจากลูกค้าที่ใช้เรตินอลตั้งแต่ปี 2543 — ระบุไว้ทุกจุดที่เป็นข้อสังเกตของผมเอง